เป็นโบราณสถาน ๑๔ แห่ง พระพิมพ์ดินเผา และภาชนะดินเผาแบบต่าง ๆ
By admin
เป็นโบราณสถาน ๑๔ แห่ง พระพิมพ์ดินเผา และภาชนะดินเผาแบบต่าง ๆ ๕๐ มีการอยู่อาศัยติดต่อกันมาถึง ๕ ระยะ คือราวพุทธศตวรรษที่ ๔-๗ ระยะที่สองราวพุทธศตวรรษที่ ๗-๑๒ ระยะที่สามราวพุทธศตวรรษที่ ๑๓-๑๖ รับวัฒนธรรมทวารวดี และพุทธศาสนาจากลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ระยะที่สี่ราวพุทธศตวรรษที่ ๑๗-๑๘ รับอิทธิพลวัฒนธรรมขอมและระยะสุดท้ายราวพุทธศตวรรษที่ ๑๙-๒๒ ๕๑
๒. บ้านกระเบื้องนอก ๕๒ อำเภอชุมพวง จังหวัดนครราชสีมา มีการอยู่อาศัยมาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลาย มีการอยู่อาศัย ๓ ระยะคือระยะแรกราวพุทธศตวรรษที่ ๓-๘ ระยะที่สองราวพุทธศตวรรษที่ ๘-๑๕ และระยะที่สามราวพุทธศตวรรษที่ ๑๕-๑๘
๓. บ้านโนนเมือง ๕๓ อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น มีการอยู่อาศัยตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลายจนถึงสมัยประวัติศาสตร์ตอนต้น
บริเวณลุ่มแม่น้ำชีและลำน้ำสาขา ในเขตจังหวัดชัยภูมิ ขอนแก่นและกาฬสินธุ์
By buddhist
๓. บริเวณลุ่มแม่น้ำชีและลำน้ำสาขา ในเขตจังหวัดชัยภูมิ ขอนแก่นและกาฬสินธุ์สำรวจพบร่องรอยเมืองโบราณเพิ่มอีก ๒๕ เมือง ๕๖ และพบหลักฐานทางโบราณคดีอื่นที่แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์กับภาคกลาง สันนิษฐานว่าบริเวณลุ่มแม่น้ำชีและลำน้ำสาขาต่าง ๆ ได้แก่ ลำน้ำพรม ลำน้ำพอง ลำน้ำปาว ได้รับวัฒนธรรมศิลปกรรมที่แพร่หลายผ่านช่องเขาเพชรบูรณ์มาจากเมืองศรีเทพซึ่งตั้งอยู่บนลุ่มแม่น้ำป่าสัก จากภาคกลางของประเทศไทย ๕๗
จากหลักฐานการขุดค้นแหล่งโบราณคดีสรุปได้ว่า ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีการตั้งถิ่นฐานอยู่อาศัยมาอย่างน้อยตั้งแต่สมัยพุทธศตวรรษที่ ๓ ก่อนที่พระพุทธศาสนาจะเข้าไปมีอิทธิพลต่อวิถีชีวิตชาวบ้าน พบมีประเพณีการฝังศพและอุทิศสิ่งของเครื่องใช้ในหลุมฝังศพด้วย เมื่อนับถือพระพุทธศาสนาแล้วจึงเกิดประเพณีการเผาศพ พระพุทธศาสนารุ่งเรืองสูงสุดระหว่างพุทธศตวรรษที่ ๑๒-๑๖ โดยมีศูนย์กลางอยู่บริเวณลุ่มแม่น้ำชี และสืบต่อมาจนถึงปัจจุบัน
ภาคเหนือ
บริเวณภาคเหนือก็เช่นกัน พบร่องรอยการตั้งถิ่นฐานของชุมชนโบราณจำนวนมากและมีอายุร่วมสมัยทวารวดีเป็นอย่างน้อย เป็นเครื่องสนับสนุนเรื่องการรับนับถือพระพุทธศาสนาของคนในบริเวณดังกล่าวได้เป็นอย่างดี ภาคเหนืออาจจัดได้กลุ่มเดียวคือกลุ่มที่อาศัยอยู่ระหว่างพุทธศตวรรษที่ ๑๒-๑๘ ได้แก่กลุ่มชนบริเวณ
จากการศึกษาพัฒนาการทางวัฒนธรรมของชุมชน บริเวณลุ่มแม่น้ำน่านตอนล่างก่อนพุทธศตวรรษที่ ๒๔
By buddhist
จากการศึกษาพัฒนาการทางวัฒนธรรมของชุมชน บริเวณลุ่มแม่น้ำน่านตอนล่างก่อนพุทธศตวรรษที่ ๒๔ พบว่า ๖๐ มีชุมชนโบราณบริเวณลุ่มแม่น้ำน่านตอนล่างทั้งหมด ๔๐ แห่ง เป็นเมืองและชุมชน ๑๘ แห่ง เป็นแหล่งโบราณคดี ๒๒ แห่ง แสดงให้เห็นว่า มีพัฒนาการมาอย่างยาวนาน ตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ ร่วมสมัยกับวัฒนธรรมทวารวดีในภาคกลาง ประมาณ พุทธศตวรรษที่ ๑๒-๑๘ และสมัยประวัติศาสตร์ไทย
บริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำแม่กวง พบกลุ่มเมืองโบราณที่มีคูน้ำคันดินล้อมรอบ รูปรี สี่เหลี่ยมมุมมนแบบทวารวดี พร้อมทั้งพบหลักฐานทางวัฒนธรรมที่มีอายุระหว่างพุทธศตวรรษที่ ๑๔-๑๙ ถึง ๔ เมือง ที่เมืองหริภุญไชย ๖๑ พบการอยู่อาศัยมาตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ ๑๓-๑๔ มีสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมกับชุมชนทวารวดีในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา จนถึงพุทธศตวรรษที่ ๑๗-๑๘ มีความเจริญสูงสุด ๖๒ หริภุญไชยเป็นบ้านเมืองกลุ่มแรก ๆ ที่มีพัฒนาการเกิดขึ้นของสังคมเมืองและรัฐที่เก่าแก่ที่สุดในเขตภาคเหนือ ตั้งอยู่บริเวณที่ราบลุ่มของแม่น้ำ ๒ สาย คือที่ราบลุ่มแม่น้ำปิง มีเมืองหริภุญไชยหรือเมืองลำพูนเป็นศูนย์กลาง และที่ราบลุ่มแม่น้ำวังมีเมืองเขลางค์นครหรือนครลำปางเป็นศูนย์กลาง ๖๓ ความเจริญดังกล่าวส่วนหนึ่งมาจากการขยายตัวทางการค้าไปจากเครือข่ายของเมืองการค้าต่าง ๆ ในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา
แสดงให้เห็นว่าบริเวณประเทศไทยปัจจุบันได้เคยเป็นแหล่งที่ตั้งชุมชนกระจายกันอยู่ทั่วไป
By buddhist
แสดงให้เห็นว่าบริเวณประเทศไทยปัจจุบันได้เคยเป็นแหล่งที่ตั้งชุมชนกระจายกันอยู่ทั่วไปมาแล้วตั้งแต่อดีตเนื่องจากสภาพภูมิศาสตร์ที่เอื้ออำนวยสำหรับการตั้งถิ่นอาศัยและดำรงอาชีพเกษตรกรรมเป็นต้นได้อย่างเหมาะสมเช่นเดียวกันกับภาคต่าง ๆ ของประเทศ
ภาคตะวันออก
บริเวณภาคตะวันออก มีการตั้งถิ่นฐานอยู่อาศัยตั้งแต่สมัยประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะสมัยทวารวดี จากร่องรอยชุมชนสมัยทวารวดี ๖๕ บริเวณเมืองดงละคร จังหวัดนครนายก เมืองศรีมโหสถ จังหวัดปราจีนบุรีและเมืองพระรถ จังหวัดชลบุรี พบว่าสิ่งแวดล้อมธรรมชาติมีผลต่อการตั้งถิ่นฐาน เหมาะต่อการปลูกข้าว อยู่ใกล้ลุ่มแม่น้ำใหญ่ และยังอยู่ใกล้ชายฝั่งทะเล มีลำน้ำที่สามารถติดต่อระหว่างเมืองกับทะเลได้เป็นอย่างดี นำไปสู่ข้อสรุปว่า เมืองโบราณแถบนี้เป็นเมืองท่าติดต่อกับชาวต่างประเทศที่มาทางทะเล และจากการศึกษาพบร่องรอยชุมชนทวารวดีในภาคตะวันออก ได้แก่
๑. บ้านโคกพนมดี ๖๖ อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี พบเพียงหลักฐานด้านความเชื่อเกี่ยวกับความตายคือการฝังศพเท่านั้น พบหลักฐานความเชื่อเรื่องการอุทิศสิ่งของให้ผู้ตาย เช่น ขวานหิน ภาชนะดินเผา เมล็ดข้าวเปลือก กระดูกสัตว์ เปลือกหอย เป็นต้น
๒. เมืองศรีมโหสถ ๖๗ อำเภอศรีมหาโพธิ์ จังหวัดปราจีนบุรี หรือเมืองพระรถ มีผู้อยู่อาศัยมา
บ้านคลองบอน อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี
By buddhist
๓.บ้านคลองบอน อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี มีการอยู่อาศัยมาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ยุคหินใหม่ อายุประมาณ ๓,๐๐๐- ๔,๐๐๐ ปี มีประเพณีการฝังศพโดยอุทิศสิ่งของเครื่องใช้ไปให้กับผู้ตาย ๗๐
๔. เมืองดงละคร อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก พบโบราณสถานตั้งอยู่นอกเมือง ๓ แห่ง เมืองนี้เริ่มขึ้นเมื่อพุทธศตวรรษที่ ๑๔ และได้ถูกทิ้งร้างไปราวพุทธศตวรรษที่ ๑๙ ๗๑
สรุปได้ว่า เนื่องจากภาคตะวันออก มีทำเลเหมาะแก่การตั้งถิ่นฐานอยู่อาศัยมาตั้งแต่สมัยโบราณ มีพัฒนาการที่ดี และจัดตั้งเป็นเมืองท่าสำคัญสำหรับการค้าขาย การติดต่อแลกเปลี่ยนสินค้า วัฒนธรรมทางศาสนา มีเมืองศรีมโหสถเป็นศูนย์กลางทางศาสนาและวัฒนธรรมทวารวดีในพุทธศตวรรษที่ ๑๑-๑๔ ก่อนที่วัฒนธรรมเขมรจะเข้ามามีอิทธิพล
บริเวณภาคใต้
ภาคใต้มีสภาพภูมิศาสตร์เอื้อต่อการติดต่อโดยตรงกับภูมิภาคอื่น มีการค้าขายเป็นสื่อสำคัญ ภาคใต้ได้พัฒนาตัวเองขึ้นเป็นชุมชนเมืองท่าทำการค้า ติดต่อและรับเอาวัฒนธรรมต่างถิ่นเข้ามาตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ ๕-๗ ๗๒ มีการค้นพบหลักฐานทางการค้า และลักษณะชุมชนเมืองท่าทั้งสองฝั่งทะเล เขาสามแก้ว ชุมพร เป็นแหล่งตัวแทนทางฝั่งตะวันออกและควนลูกปัด คลองท่อม กระบี่ เป็นแหล่งตัวแทนทางฝั่งตะวันตก
ดินแดนลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา เจริญรุ่งเรืองกลายเป็นดินแดนพุทธศาสนาที่สำคัญ
By buddhist
ดินแดนลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา เจริญรุ่งเรืองกลายเป็นดินแดนพุทธศาสนาที่สำคัญ ในชื่อวัฒนธรรมทวารวดี๗๓ วัฒนธรรมทวารวดีส่วนใหญ่ปรากฏเป็นวัฒนธรรมโบราณที่ใช้ศิลาจารึกบันทึกเรื่องราว พบจารึกภาษามอญโบราณจำนวนหนึ่ง ศิลปะทวารวดีได้แพร่กระจายไปทั่วประเทศไทยระหว่างพุทธศตวรรษที่ ๑๑-๑๖ กระแสหนึ่งขึ้นไปถึงจังหวัดลำพูนมีความเจริญรุ่งเรืองอยู่นานถึงพุทธศตวรรษที่ ๑๘
ช่วงพุทธศตวรรษที่ ๙ รัฐโบราณแรกรับวัฒนธรรมอินเดียโดยเฉพาะวัฒนธรรมทางพระพุทธศาสนาถือกำเนิดขึ้นในบริเวณภาคกลางของประเทศไทย เจริญรุ่งเรืองสูงสุดในช่วงพุทธศตวรรษที่ ๑๑-๑๖ คือ“รัฐทวารวดี” ๗๔ ชื่อทวารวดีเป็นที่รับทราบว่า หมายถึงชื่อของบ้านเมือง รูปแบบของทางศิลปกรรม และเป็นชื่อยุคสมัยทางประวัติศาสตร์ ใช้เรียกบ้านเมืองในบริเวณภาคกลางของประเทศไทยระหว่างพุทธศตวรรษที่ ๑๑-๑๖ ว่าแคว้นทวารวดี เรียก
นักปราชญ์ทางโบราณคดีของไทย อาทิ
By buddhist
นักปราชญ์ทางโบราณคดีของไทย อาทิ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยาดำรง ราชานุภาพ หม่อมเจ้าสุภัทรดิศ ดิศกุล ๘๑นายฉ่ำ ทองคำวรรณ อาจารย์ชิน อยู่ดี มานิต วัลลิโภดม ๘๒
ศรีศักร วัลลิโภดม ๘๓ สืบแสง พรหมบุญและคณะ๘๔ อาจารย์ผาสุข อินทราวุธ ๘๕ เป็นต้น
จากการค้นคว้าของนักโบราณคดีดังกล่าว ชี้ให้เห็นว่า ภาคกลางของไทยโดยเฉพาะเมืองอู่ทองได้เคยเป็นเมืองท่าโบราณที่เจริญรุ่งเรืองสืบต่อมากลายเป็นเมืองท่าสำคัญของรัฐทวารวดี เป็นศูนย์กลางพุทธศาสนาที่เก่าที่สุดทั้งยังเป็นศูนย์กลางหรือเมืองหลวงของรัฐทวารวดีในระยะแรก
บริเวณจังหวัดราชบุรี นครปฐม สุพรรณบุรี ลพบุรีและนครสวรรค์เป็นต้น ล้วนแต่เคยเป็นที่ตั้งของอาณาจักรทวารวดีมีศูนย์กลางระยะแรกอยู่ที่เมืองอู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี ระยะที่สองอยู่ที่เมืองนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม ในทางศิลปะกำหนดระยะของศิลปะสมัยทวารวดีอยู่ระหว่างพุทธศตวรรษที่ ๑๑-๑๖ ศิลปะทวารวดี ได้แผ่ขยายอิทธิพลออกไปอย่างกว้างขวางเกือบทุกภูมิภาค พบหลักฐานโบราณคดีกระจายอยู่ในบริเวณลุ่มแม่น้ำบางปะกง แม่น้ำชี-มูล ป่าสัก ท่าจีน เจ้าพระยา รวมทั้งแม่น้ำปิง วัง ยม และแม่น้ำน่านซึ่งเป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำแม่กลอง และเรื่อยไปทางใต้ตลอดแหลมมลายู ๘๖
ศูนย์กลางของทวารวดีอยู่ในภาคกลาง พบการใช้หลายภาษาได้แก่ ภาษามอญ ๘๗ ภาษาบาลีและสันสกฤตตามโอกาส โดยภาษาสันสกฤตใช้ในการจารึกเรื่องราวทางบ้านเมืองและศาสนา ภาษาบาลีใช้ในเรื่องเกี่ยวกับพระพุทธศาสนา ๘๘ สอดคล้องกับความเชื่อของอาจารย์ผาสุข




July 7th, 2011